lunes, 15 de agosto de 2011

Wish List#2

วันนี้จะมาลิสต์ของที่อยากได้มากกกกกก :) แต่ขอเรียงตามลำดับความจำเป็นก็แล้วกันเนอะ

1) Clinique Anti-Blemish Travel Set (1,300 บาท)
คือไม่มีสกินแคร์ใช้อย่างจริงจัง ... ไม่ได้ใช้อะไรเลยจริงๆง่ะ รู้สึกว่าต้องบำรุงหน้าบ้างแล้วอะไรบ้าง
คนไม่ชอบคลีนิกข์ก็ีมีเยอะ เพราะมันแอลกอฮอล์เยอะไป เราก็หวั่นๆอยู่ว่าจะแพ้มั้ย ตอนนี้ของหมดสต็อก พี่ที่เค้าท์เตอร์บอกจะโทรมาถ้ามี คือตอนนี้ต้องเก็บตังค์รอไปก่อน แต่จะซื้อใช้แน่ๆ

2) MAC Mineralize Skin Finish Natural สี Medium Deep (1,300 บาท)
แป้งเป็นอีกอย่างที่เราไม่เคยไปเลือกซื้ออย่างจริงจังเลยอ่ะ วันนั้นไปลองที่แมคมาระหว่างสีมีเดียมพลัสกับสีมีเดียมดาร์ก ... รู้สึกว่าทาดาร์กแล้วหน้าดูมิติกว่า มีเดียมพลัสแลดูขาวเว่อเกินจริงไปนิด ถ้าเอามาทาตรงหน้าผากมีหวังลอยแน่ๆ ... คาดว่าจะเป็นของที่ขอซื้อเป็นอย่างต่อไป เพราะแป้งที่จิ๊กแม่มาใช้ตอนนี้ ไม่ค่อยจะมีประโยชน์อันใดกับตัวเอง (คนละสีกับผิวเราอ่ะ)

3) Liquid Eye Liner
ตอนนี้ต้องการลิควิดอายไลน์เนอร์สีดำชัดๆสักยี่ห้อ ... ที่ดูไว้ตอนนี้คือลอรีอัล ... มาจอฯที่เรามีคือ ขนกระจุยกระจายมากๆอ่ะ มันเละเทะจนเขียนดีๆไม่ได้แล้ว ตอนนี้คือใช้แบบเจลเป็นหลัก มันก็ธรรมชาติดีแต่ว่าบางทีก็แอบคิดถึงความคมชัดของแบบลิควิดง่ะ ... เราตั้งงบอันนี้ไว้ประมาณไม่เกินสามร้อยบาท

4) Mascara
อันนี้ก็ไม่่ได้ระบุยี่ห้ออะไร เพราะอยากลองไปเรื่อยๆ ... มันยังไม่หมดหรอกไอ้ที่ใช้ เพียงแต่ว่าเราใช้มาเกินสามเดือนแล้วอ่ะ รู้สึกว่ามันควรจะไปแอ้งแม้งในถังขยะได้แล้ว แม้ว่าเราจะชอบแท่งนี้มากกก แต่ที่ไทยก็ไม่มีขาย (เศร้า) ก็คิดว่าจะเสาะหามาสคาร่าที่ตรงความต้องการของตัวเองต่อไป

5) Marc Jacob Daisy (3,100 บาท)
อยากได้มากกก อันนี้ไม่ได้จำเป็นอะไร แค่เป็นกิเลสส่วนตัว T_T แพกเกจจิ้งน่ารักโดนใจสุดๆๆๆ แถมกลิ่นก็หอมด้วย จริงๆแล้วเราไม่ชอบกลิ่นนี้หรอกนะตอนแรกๆ หลังๆดมไปมันก็หอมดี :)

ง่วงมากวันนี้ อาจจะทำไีีรไม่ได้เยอะ เพราะขี้เกียจ
นี่่กำลังรอคลิปลงยูทู้ป ... เหนื่อยมวากกกก นอนดีกว่า

lunes, 18 de julio de 2011

To Do List for my dead weeks

I forgot to write my to-d0 list for my dead weeks. I'm gonna post it here!

MON 17 JULY
1) Finish "How mankind was created"
2) Start off again with Zeus, Hera, Poseidon, Hades and Pallas Athena (must have an important info along with Homeric hymns and also some poetry/prose that refer to each of them)
3) Finish Chapter 4 of Spanish Civilization
4) Do not forget to write two-days-diary (forgot to write today's)
5) Finish phonetic's homework
6) Do a grammar summary for Español V (1st)
TUE 18 JULY
1) Must summarize Phoebus Apollo, Artemis, Aphrodite, Hermes, Ares, Hestia, Dionysus, Demeter and the lesser gods's stories; Cupid and Psyche, Persephone, Europa and sum up a small detail of the lesser gods mentioned in the book (ok, just kill me now)
2) DIARY!
3) Do a grammar summary for Español V (2nd)
4) Study Phonetics (1st)
5) Finish Chapter 5 of Spanish Civilization
6) Prepare for the next day's teaching

WED 19 JULY
1) Teaching Spanish
2) Study Phonetics (2nd)
3) Do a grammar summary for Espñol V (3rd)
4) Important Heroes's stories; Prometheus, Jason, Perseus, Theseus, Hercules, Atalanta
5) Finish Arts of Spanish Civilization
6) DIARY!

THURS 20 JULY
1) Flower Myths, Other myths, Tales of Lovers, The Trojan War and The Fall of Troy
2) DIARY!
3) Start doing some exercises for Español V
4) Study Phonetics (3rd)
5) Re-read Spanish Civilization
6) Spanish Compo's Homework

FRI 21 JULY
1) Summarize the rest from Mythology
2) Doing exercises for Español V
3) Doing Conversation's homework
4) Study Phonetics (4th)
5) Re-read Spanish Civilization (2nd)
6) REST!

SAT 22 JULY
1) Re-read all the summary of Mythology
2) Doing exercise for Español V
3) Practice writing phonetic transcription
4) Re-read Spanish Civilization (3rd)
5) Study more for phonetics (5th)
6) Expanding Spanish vocabularies in my head

SUN 23 JULY
1) Prepare for teaching
2) Re-read all the summary of Mythology (2nd)
3) Doing exercise for Español V
4) Practice writing phonetic transcription
5) Re-read grammar point for Español V
6) Re-read Spanish Civilization (4th)

....
......
Hopefully, I can manage to do all of these.

UPDATED LIFE

Hey guys, it's been a long time since my last post. I'm back again in Thailand :) It's nice to be back home but I do miss the US more than I thought I would. I'm in a dead week before an exam begins. HORRIBLE, I'd say. I haven't finished any of my reading yet but I just wanna mess around here a bit ;p

I have a plan to go to Spain next year! Of course it will be an amazing trip cause I'm planning everything from now on. I wanna write a book about it. I might end up studying at Salamanca and save all my money to travel around the country. My Madrid's plan is almost done! If I wasn't in the middle of the dead week, I would have finished it weeks ago! HAA! I would definitely post my trip's plans here on my blog as well as on my facebook. OMG can't wait to go there!

I shopped a bit today. Not a big deal actually. I bought Soap and Glory IFoam something. It's a body creamy wash. LOVE THE SMELLLLL! I try to find a job here like teaching and also being a guide tour. Hopefully, I will have some money to spend for my own stuff. g2g right now. I have to finish at least chapter2 of my spanish civilization book. Adiós.



viernes, 6 de mayo de 2011

W&T: อีกเดือนนึงจะกลับแล้ว ~

สวัสดี !!!! ยังอยู่ดีนะ แต่ว่าอาทิตย์ที่แล้วแบบว่ายุ่งนิดหน่อย ได้ชั่วโมงเพิ่มขึ้นแต่ ดันทำตั๋วรถเมล์ราคา $50 หาย ฮือออ ที่ทำงานมาก็เลยต้องเอาไปจ่ายอีค่าตั๋วนี่แหละ อาทิตย์ที่แล้วได้เกือบ 40 ชั่วโมง แต่็ก็ยังคงจนอยู่วันยังค่ำ ตอนนี้เงินในธนาคารไม่ค่อยจะเหลือเลยอ่ะ ต้องงดซื้อของไม่จำเป็นชั่วคราว เอาไว้เช็คคราวหน้าออก ค่อยเริ่มซื้อใหม่ (และเริ่มเที่ยว)

ชีวิตการทำงานอาทิตย์ที่แล้วไปทำที่ Outlet มาวันนึงและที่ห้าง Festival Bay วันนึง ... เป็นสองห้างที่ต่างกันสุดขั้วมากค่าาาา เพิ่งได้ใช้สเปนจริงๆจังๆก็ที่ Outlet นี่ล่ะ ลูกค้ามาแต่ละคนถามก่อน พูดสเปนได้ไหม ได้ไหม ได้ไหม บางคนถามเป็นสเปนเลย 555 คนเยอะมากวันนั้น แล้วอยู่ปิดร้านกับพี่ออม พี่ส้มโอ อยู่กันสามคนอ่ะ เป็นสามคนที่มาแทนเพื่อนๆคนไทยที่จะไปดิสนีย์ คือ เบลอๆ เอ๋อๆมาก เพราะไม่มีใครเคยทำงานที่นี่เลย ตอนแรกกะว่าเออ ปิดร้านห้าทุ่ม ช่วยกันสามคนคงเสร็จภายในห้าครึ่ง ปรากฏ.... ล่อไปตีหนึ่ง 555 ตกรถเมล์เลยอ่ะ รถเมล์หมดห้าครึ่งพอดี เลยเดินไปที่โรงแรมพี่ส้มโอเพราใกล้ที่สุด เรานั่งรอในล็อบบี้จนเกือบหกโมงเช้า แล้วนั่งรถเมล์กลับโรงแรมตัวเอง ทรหดมากค่ะ ชีวิต =.= แล้วเช้านั้นยังต้องไปทำงานต่อตอนประมาณสิบเอ็ดโมง ก็หลับไปสองชั่วโมงได้ แล้วก็ไปทำงานอย่างเบลอๆ 555 ส่วนอีกวันนึงไปทำที่ Festival Bay ด้วยความกรุณาของเจ๊เดวิดที่เห็นเราต้องการชั่วโมง ... เหอๆๆๆ ก็ได้มาห้าชั่วโมง แต่ร้านนั้นคนไม่ค่อยจะมี ไปก็ไม่ได้ทำไรเท่าไหร่ เหมือนไปชิวๆและกินของฟรี 5555 เสร็จก็กลับ

อาทิตย์นี้ตารางก็ชั่วโมงยังได้เท่าเดิม ลุงเมเนเจอร์คงคิดว่าเราทำที่อื่นด้วย เลยให้ชั่วโมงแค่นั้น แต่เราก็บอกเค้าไปละนะว่าแบบ เห้ย ชอบทำงานที่นี่มากกว่านะ T^T แล้วปรากฏว่าเมื่อวาน ลุงแกเบลออีท่าไหนไม่รู้ ลืมจัดตารางให้มีคนปิดร้าน 55555555555555 ขำอ่ะ แล้วคือเมื่อวานเราเลิกสี่โมง ก็ไปร้านหมิง ไปธนาคาร ไปวอลมาร์ท กลับมาประมาณทุ่มกว่าๆได้ ก็เล่นคอมไป สักพักเจ๊เดวิดโทรมา นี่มาปิดร้าน (ของเราเอง) ให้หน่อยได้ไหม เดี๋ยวไปรับไปส่ง ตอนนี้จูเลียส (สุดที่รักของเจ๊แก ... ติดตามอ่านได้จากตอนที่แล้ว) ทำอยู่คนเดียว เจสันไม่มาสักที ... อ่ะนะ ก็มันจะมายังไงล่ะ เพราะตอนกลางวัน เหมือนพอเราบอกว่าไม่มีคนปิดร้าน ลุงแกก็โทรไปหาเจสัน ... แล้วเหมือนเจสันคงไม่รับ ลุงเลยฝากข้อความไว้ ... แล้วลัลล้าของลุงแกต่อไป ไม่รู้สรุปพี่สันของเราแกเปิดเช็คข้อความหรือเปล่า ก็เลยไม่มีคนปิดร้าน ฮาสัด 5555555555 แล้วพี่จูของเราก็คงจะไม่ไหว เลยโทรไปโวยกับเจ๊ เจ๊แกเลยจัดการให้เสร็จสรรพ เรากับพี่ออมเลยต้องไปปิดร้านอย่างงงๆ ไปถึงคนก็ไม่มีเท่าไหร่ โล่งๆ แต่รู้ว่าก่อนหน้านี้คนเยอะชัวร์ เพราะคนที่รักสะอาดอย่างพี่จูยังทิ้งขยะเกลื่อน (แต่ก็ยังถือว่าสะอาดมากในความคิดเรา) จานกองเต็ม เราก็ไม่ได้ทำไรมากหรอก สต็อกของ เก็บกวาดอะไรกันไป สุดท้ายพี่จูก็มารับ (คงกลับบ้านไปอาบน้ำ) แล้วก็มาเก็บเงิน ถูพื้น เช็ดไลน์ ... เราแบ่บ โอ๊ย แล้วมึงจะกลับบ้านทำไมค้ะ ไม่อยู่ช่วยกันจนเสร็จเลยล่ะ =.= แต่ก็เข้าใจอารมณ์มันนะ อยู่คนเดียวช่วงยุ่งๆด้วยอ่ะ น่าสงสาร T.T (สงสารพี่เจสันด้วย ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่าถูกชาวบ้านเทคชิปพี่แกไปแล้ว 5555) ก็ขำๆ ไม่มีไรมาก เงินก็ไม่มี ยังคงจนเช่นเดิมเลยเรา ฮ่าๆ แต่ก็มีความสุข สนุก สบายดี คิดถึงไทย คิดถึงช่วงเวลาเรียนอะไรงี้เหมือนกันนะ แต่อยู่นี่ได้อะไรมาง่ายดายจริงๆ มีงาน มีเงิน มีเวลาช้อปของที่อยู่ไทยไม่เคยเฉียดไปใกล้ ก็ดี แต่ก็ไม่รู้สิ ยังมีของที่อยากได้แต่ยังไม่ได้เยอะเลย 55555555 ไว้ไปซื้ออะไรจะเอามารีวิวอีกนะ ช่วงนี้เงินช็อต แล้วจะอัพเดทชีวิตเรื่อยๆ ...

อ้ออออออ ! ลืมไปอย่างนึง
ไปดาวน์ทาวน์มาด้วยแหละ ก็สวยดี เพิ่งรู้สึกว่าเห้ย เราอยู่เมืองนอกแล้วว่ะก็ตอนนั้น 555 มีห้องสมุดใหญ่มากกก อยากเข้ามากกกก ได้ไปกินอาหารไทยมาด้วย จานใหญ่โตมาก ก็อร่อยดีสำหรับเรา เสียไปเกือบสามสิบดอลต่อคน แต่ก็คุ้มนะ มันอิ่มมากกกกกก จริงๆ ฮ่าๆ ไว้ไปเที่ยวที่ไหนจะมาเล่าต่อละกัน :)

miss you all,
xoxoxo
aom

jueves, 21 de abril de 2011

Review: MY FIRST "MAC" (Thai Version)

แทม แท๊มมม วันนี้ขอมารีวิวกันเป็นภาษาไทยบ้าง เกี่ยวกับ "MAC" ฮิฮิ หลายคนก็รู้อ่ะนะว่าเราอยู่ไทย ไม่เค๊ย ไม่เคยเฉียดไปใกล้เคาท์เตอร์ของแมคมาก่อน (แต่อยู่นี่เรอะ... 55 คนละเรื่อง) เนื่องจากแมคเป็นที่นิยมมากๆๆๆๆๆๆ ในหมู่สาวๆ ใครดูพี่โมเมทางยูทู้ปก็จะเห็นว่ามีเครื่องสำอางแมคหลายตัวที่พี่เค้าใช้ เราก็เพิ่งมาดูพี่โมเมหลังๆนี่เอง :D ปกติดูแต่ฝรั่ง ซึ่งพอดูคอลเลคชั่นของฝรั่งก็พบว่ากว่าครึ่งนึงเป็น MAC แทบทั้งสิ้น ไอ้เราก็ตะขิดตะขวงใจ เฮอะ มันดียังไง ... พอไปเปิดเวปดูก็พบกับสีละลานตา ก็เลยนั่งเล่นนั่งเลือกอยู่สักพักจนกระทั่งได้ฤกษ์ไปบุก MAC ถึงสามครั้ง (แต่ได้ของมาแค่สองครั้งหลังเท่านั้นนะ) เรางบน้อย วันนี้ก็ขอรีวิวเท่าที่มีก่อนแล้วกันนะ วันหลังจะมาต่อ ฮิฮิ

  • MAC Prep+Prime Skin Refined Zone ($19.5)

ขวดเล็กจิ๋ว เวลาจะบีบใช้ทีก็ต้องค่อยๆๆๆๆๆๆบีบออกมา แล้วแปะลงไปตรงบริเวณที่เป็นสิว ของเราคือตรงกรอบหน้า ตอนใช้ครั้งแรกรู้สึกว่าเอ่อะ ไม่เห็นจะต่างตรงไหนเลยวุ้ย เสียเงินไปฟรีๆอีกละ แต่ปรากฏพอลูบๆดู มันเนียนมาก พอเราลองทารองพื้นตามไปก็เอ่อะ ... ไม่ได้กลบหมดนะ ยังเหลือรอยอยู่ แต่มันทำให้ดูเนียนขึ้นจริงๆ ดูเป็นธรรมชาติดี (เราไม่ต้องการให้หน้าเราแบบสวยใสไร้สิวไปเลยอ่ะ คือไม่อยากได้ขั้น full-coverage อะไรขนาดนั้น)
ความพึงพอใจ: 8.5/10 ถือว่าพอใจในระดับหนึ่ง
ความคุ้มค่าราคา: 7/10 เราว่ามันแพงไปหน่อย ถึงแม้จะใช้ไม่เยอะก็เหอะ ก็ยังรู้สึกว่าแพงอยู่ดีเมื่อเทียบกับขนาด ฮืออ
กลิ่น: ปกติ ไม่รู้จะให้คะแนนยังไง
เนื้อผลิตภัณฑ์: เป็นคล้ายๆโลชั่น สีขาวๆ ค่อนข้างจะเหลวนะ (คือก็ไม่ใช่ครีมอ่ะ)
เรามีรูปตอนทาแล้วให้ดูด้วย แต่แหม ... ไม่ค่อยภาคภูมิใจจะโชว์เล้ย สิวเพียบ T^T



รูปแรกคือหน้าตาออรินัลของเรา // รูปสองคือทาแค่รองพื้น // รูปที่สามจะเห็นว่ามันเนียนขึ้นเล็กน้อยเพราะทา primer ตัวนี้แล้วและก็ทารองพื้น*แล้วด้วย // รูปที่สี่อันนี้ก็เป็นรูปซูมตอนทาแล้วทั้งprimerและรองพื้น แบบใกล้ๆ จะเห็นว่าสิวก็ยังคงอยู่เช่นเดิม แต่ว่ามันเนียนขึ้นนิดนึง
สรุปแล้วเราก็โอเคกับอันนี้นะ แต่ถ้าถามว่าจะซื้อต่อมั้ย อันนี้ต้องขอเวลาคิดอีกที

*ps. เราใช้รองพื้นของ Make Up Forever HD Foundation นะ เฉด 153

  • MAC Eye Shadow: Coppering ($14.50)


เป็นที่รู้กันว่าอายแชโดว์ของแมคนั้นเป็นที่นิยมมากพอสมควร เราไปครั้งแรกละลานตามาก เลือกไม่ถูกจริงๆ โอ้มายก็อด ขนาดดูๆมาก่อนแล้วนะ แต่ก็ไม่วายเลือกหยิบจับอะไรไม่ถูกอยู่ดี สุดท้ายก็เลือกสีนี้มาเป็นสีแรก คือสี coppering เป็นสีทองแดง (เคยอัพรูปลงเฟสไปแล้วนะ) ที่เห็นในรูปสีจะจางๆไปหน่อยนะ จริงๆแล้วสีเข้มพอสมควร ออกสีส้มๆแดงๆ สวยดี ตัวอายแชโดว์ตัวนี้จะเป็นเนื้อแบบ Veluxe Pearl ในความคิดเรามันจะออกแนวเมทัลลิกเล็กๆ มีเลื่อมๆหน่อยสำหรับตัวนี้นะ
โดยรวมก็ถือว่าชอบนะ สามารถใช้ได้หลายลุคดี แต่เราทาออกมาแล้วทำไมไม่รู้มันดูเป็นสีชมพูนิดๆด้วย ตลกดีอ่ะ 555 สำหรับเราสีมันโดดไปนิดนึง แต่ก็พอไหว
ความพึงพอใจ: 8.5/10 ค่อนข้างโอเค แต่อย่างที่บอก เราทามันดูชมพูๆโดดๆพิกลๆ
ความแน่นของสี: 9/10 สีสดดีนะเวลาทา
ความคุ้มค่าราคา: 9.5/10 เราว่าคุ้มนะ ถึงแม้จะดูเล็กไปหน่อย แต่ถ้าเทียบกับคุณภาพแล้ว ราคาก็สมน้ำสมเนื้อกันอ่ะแหละ
การ match สี: 8/10 เราว่ามันอาจจะแมทช์กับเสื้อผ้าง่ายนะ แต่จะแมทช์กับสีอื่นเราไม่รู้จริงๆ เพราะมีอายแชโดว์มาลองไม่พอ เดี๋ยวต้องไปซื้อเพิ่ม 5555 (หาเรื่อง)
ความยากง่ายในการทา: 9/10 เนื่องจากสีมันแน่น มันก็เลยทาค่อนข้างง่าย สำหรับเราโอเค ไม่มีปัญหาเรื่องทา

  • MAC Eye Shadow: Trax ($14.50)

อันนี้เป็นสีม่วงๆ มีชิมเมอร์สีทองเล็กๆ ปกติแล้วเราไม่ซื้ออายแชโดว์สีื่อื่นใดนอกเหนือจากพวกส้ม ทอง น้ำตาลเลย เพราะคิดว่าไม่เหมาะกับตัวเองเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นคนผิวคล้ำ แต่หมิงชี้บอกเอาสีนี้สิ เราก็เลยอ่ะๆ หยิบมา บุรุษผู้นี้มีเซ้นส์เรื่องของสีมากกว่าเรายิ่งนัก :D ตอนแรกเราก็คิดว่าโอ๊ยเวรกำ แล้วซื้อมาจะใช้กับอายแชโดว์สีอะไร จะทายังไง นี่สีม่วงเลยนะ ไม่เคยคิดจะแตะต้องอายแชโดว์สีม่วงมาก่อน โอ๊ย กรี๊ดด ~ แต่สุดท้ายก็ทากับสี coppering นั่นแล ~ ใช้ทาตรงบริเวณ outer corner ... (มันคืออะไรในภาษาไทยน่ะ เรียกไม่ถูก หางตาหรอ??) แล้วก็ใช้ทาชิดขนตา ช่วยฉุดสี coppering ไม่ให้โดด (แต่ฉุดไม่ค่อยอยู่นะ เหอๆ) เนื่องจากมันมีชิมเมอร์สีทองไงเลยทำให้พอจะไปกันได้กับสี coppering
ความพึงพอใจ: 9/10 จริงๆเรายังไม่เคยทามันโดดๆเลย ไม่รู้จะใส่เสื้อผ้าอะไรอย่างไร เหอๆ ไม่เคยทาสีม่วง แง้ แต่เราชอบอ่ะ โดยรวมแล้ว
ความแน่นของสี: 7.5/10 เราว่าพอทาแล้วมันไม่ค่อยเข้ม (คือมัน supposed to be like that ล่ะมั้ง) เนื้อสีไม่ค่อยแน่นเท่าที่ควร อาจจะเป็นเำพราะมันเป็นเนื้อ velvet อ่ะ สีเลยซอฟต์ๆ เราลองไปอ่านดูว่าเนื้อ velvet เป็นยังไง เค้าก็บอกมันจะซอฟต์กว่าที่เห็น อืม ซึ่งมันก็จริง แต่บางทีเราก็คิดว่า เออ ซอฟต์ไปมั้ย =.= ทายากเหมือนกันนะ
ความคุ้มค่าราคา: 8.5/10 ถือว่าโอเค คุ้มแหละ อย่างที่บอกว่าอายแชโดว์แมคเค้าดีจริง แต่อันนี้รู้สึกมันซอฟต์ไปหน่อย
การแมทช์สี: เนื่องจากมันฟุ้งๆ จางๆ มันจึงแมทช์กับอายแชโดว์สีอื่นได้ค่อนข้างง่าย ในความคิดของเรา แต่การที่จะดึงให้สีมันเด่นออกมานั้น ยากจริงๆ ส่วนเรื่องแมทช์กับเสื้อผ้า อันนี้ไม่รู้ แต่ก็คิดว่าไม่น่ามีปัญหา (จริงๆคือเราแต่งตัวไม่เก่ง 555)
ความยากง่ายในการทา: 7/10 คือมันก็ apply ไม่ได้ยากอะไรหรอก แต่จะ build สีให้สวย ดึงสีให้เด่นเราว่ายากอ่ะ บางทีทาไปไม่ค่อยเห็นอะไรเลย ต้องทาซ้ำๆหน่อย

  • MAC Blush: Peaches ($19.50)
จริงๆตอนยืน swatch สีอยู่คนเดียว ไม่ได้เห็นสีนี้ในสายตาหรอก เลือกสีเข้มกว่านี้ซะเยอะ ตอนแรกก็ชั่งใจว่าจะเอาเนื้อ matte หรือแบบมีชิมเมอร์ด้วยดี แต่ก็ตัดสินใจเอาแมทดีกว่า สีนี้จะออกส้มอ่อนๆผสมชมพูเล็กๆ สีพีชนั่นแหละมั้ง ฮ่าๆ ทาออกมาแล้วสวยดีนะ เหมาะกับลุคใสๆ เป็นธรรมชาติ เราว่าเข้าได้กับทุกสีผิว

จริงๆสีนี้พนักงานเลือกให้ เราก็แบบ เออ เอาเลย (เชื่อคนง่ายมากก) ก็ทาแล้วสำหรับเรายังอ่อนไปนิดนึง 555 แต่มันแลดูเป็นบลัชทุกโอกาสดีอ่ะ ใช้ได้หลายงาน ก็เลยซื้อมา เป็นบลัชแมคอันแรกของเราเลย หุหุ ดูสีชัดๆจากนิ้วเราได้



ความพึงพอใจ: 8/10 ก็ถือว่าโอเค ซื้อมาไม่ผิดหวังอะไร แต่ถ้าเทียบกับอายแชโดว์แล้ว เราชอบอายแชโดว์มากกว่านิดนึง
ความคุ้มค่าราคา: 8/10 ก็ถือว่าคุ้ม แต่เราแอบคิดว่า nars น่าจะมีบลัชที่สวยกว่า เหมือนกับมาเป็นเซ็ตอ่ะ อายแชโดว์ต้องแมค บลัชต้องนาร์ส (stereotype มาก 555) แต่ยังไม่ได้ซื้อของนาร์สมาลอง เลยยังเปรียบเทียบไม่ได้ จริงๆเราไม่ค่อยมีบลัชเป็นของตัวเองจริงๆจังๆเท่าไหร่
ความแน่นของสี: 8.5/10 ในรูปอาจจะไม่ค่อยเข้ม แต่จริงๆก็โอเค (แต่เราชอบเข้มกว่านี้นิดนึง) ไม่ได้ซีดจางมากนัก
ความยากง่ายในการทา: 9/10 เบลนด์ไม่ยาก สวย เก๋ ดูมีเลือดฝาด เป็นธรรมชาติ

จบคอลเลกชั่นเล็กๆของแมคแต่เพียงเท่านี้แหละ แต่จริงๆ เราตั้งใจจะซื้อลิปอีก แล้วก็พวก Mineralize ทั้งหลายแหล่ ก็หวังว่าจะไม่จนกินแกลบเมื่อถึงตอนนั้น (เร็วๆนี้คาดว่าจะไปสอยอายแชโดว์มาอีกหนึ่งหรือสองและอาจจะลิปด้วย อ๊ายย)

Make-up is fun,
xoxo
aom

martes, 19 de abril de 2011

W&T: ตัวละครลับ ^^

ผ่านการทำงานไปแล้วประมาณสามอาทิตย์ มาอยู่อเมริกาได้เดือนนึงแล้ว เร็วมากกก !! การทำงานก็เรื่อยๆ แอบเครียดทุกวันเหมือนเดิม แต่ก็เริ่มชินแล้ว อาทิตย์ที่ผ่านมาอยู่เย็นทุกวันเลย เย็นไม่พอ ยังต้องอยู่คนเดียวอีก (ว๊ากกก) แต่เหมือนไปร้องเรียนกับเมเนเจอร์มา บอกว่า ม่ายยยไหววแล้ว ไม่อยากเดิน มันมืดนะ เขียนเป็นโน้ตแปะบอร์ดไว้ เค้าก็เลยเพิ่งรู้ว่า เอ่อะ เราต้องเดินกลับบ้าน 555 มีวันนึงต้องปิดร้านคนเดียว เค้าก็เลยมารับเอง วันที่เหลือก็เดินบ้าง มีเพื่อนที่ทำงานผลัดเปลี่ยนมาส่งบ้าง เช่น เจสสิก้า หรืออย่างเมื่อวานก็โจซู (ส่งตรงมาจากร้านหมิง 55) หรือบางทีก็ "เจ๊เดวิด" มารับ 55555

โพสนี้เลยตั้งใจว่าจะมาแนะนำคนอื่นๆให้รู้จักกันอีกสักหน่อย เพราะเริ่มมีตัวละครลับโผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ
คนแรกคือ "โจซูำ" อย่างที่บอกว่าส่งตรงมาจากร้านหมิง ฮิฮิ จริงๆชื่อเค้าต้องออกเสียงว่า "โฆซูเอ" แบบสเปนน่ะ แต่เพื่อความง่ายเราก็เลยเรียกเค้าพี่ซู ฮ่าๆ จริงๆอายุเท่าเรานั่นแหละ ก็ไม่ได้ไปรู้จักมักจี่อะไรกับเค้า แต่ว่าบังเอิญเมื่อวาน ทุกคนมารวมตัวกันที่ร้านเรา เราเลิกคนสุดท้าย หกโมงเย็น เลยขอโจซูมารับ เอ่อะะ พอเค้ามารับก็เลยทำมาม่าให้กิน เห็นว่าชอบกินอาหารรสจัด หึหึ ก็มีนั่งคุยกันบ้าง แล้วเค้าก็พาไปดูมอลล์ีอีกที่นึง แล้วก็พาพวกเราไปบ้านด้วย (เพราะหมิงเสนอ 555) คือ เค้าเพิ่งย้ายบ้านใหม่ ย้ายไปอยู่กับเพื่อน ก็ไปดู เออ บ้านนี้ต๊องทั้งบ้าน เพื่อนเค้ามีเคยไปเป็นทหารรบที่อัฟกานิสถาน มีเพื่อนที่ทำงานที่ซับเวย์ด้วยกันอยู่ด้วย มีห้องดนตรี เก๋มาก เพราะตั้งวงดนตรีกันเอง 555 เค้าบอกว่าคืนก่อนว่าจะชวนมาปาร์ตี้ด้วยแล้วหล่ะ แต่ดันเมาซะก่อน เลยลืม 5555 ก็เป็นคนดีแบบมึนๆนะ แม้หน้าตาจะแอบน่ากลัวเล็กๆ

คนต่อมาคือ เจสัน
อันนี้ปกติเป็นคนปิดร้าน พอเราได้มาทำกะเย็นก็เลยได้เจอเค้า (อาทิตย์นี้เจอหลายวันเลย) ก็แบบ เงียบ == เป็นคนเงียบ ไม่สนใจอะไรเท่าไหร่ เพื่อนเยอะ ชอบมีเพื่อนมาที่ร้านประจำ แต่พอเราลองคุยก็เป็นคนใช้ได้นะ อาจจะแบบไม่ช่างพูดอะไรนัก แต่ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แถมเพื่อนเค้าก็ยังพูดจาดีด้วย (คิดสภาพเพื่อนเป็นพังค์ๆ หน่อย เจาะเยอะมาก หัวฟูๆ 555) ก็เป็นมือกลองให้วงโจซูอ่ะแหละ คนทำงานซับเวย์นี่รู้จักกันหมดจริงๆนะ เป็นครอบครัวซับเวย์สุด 555

ต่อมาคือ เจ๊เดวิด
อันนี้เป็นเมเนเจอร์อยู่สาขาเฟสติวัลเบย์ ไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรมากนัก แต่เจ๊แกมักจะโผล่มาได้จังหวะ รับเรากลับบ้านพอดิบพอดี เค้ารู้จักหมิงกับพี่มิ้มเพราะเคยไปเที่ยวด้วยกัน แล้วคือบ้านเจ๊แกอยู่ใกล้ร้านเรา วันที่เราปิดร้านเจ๊แกก็เป็นคนเอากุญแจอะไรงี้มาให้แล้วก็รับเรากลับด้วย พอว่างๆก็มีเข้ามากดโซดา โค้กเคิ้กกินฟรี 5555 วันนี้เพิ่งจิ๊กคุกกี้ร้านเราไปซะเยอะ ก็เป็นคนตลก เฮฮาดี ชอบร้องเพลงมารายห์ แครี่ อ้อ... ลืมบอกไป เจ๊แกเป็นตุ๊ดน่ะ แต่เป็นตุ๊ดที่น่าีรักจริงๆ 5555

สุดท้ายละเท่าที่พบเจอตอนนี้คือ จูเลียส
ตอนแรกก็ดูท่าทางเงียบๆ ไม่คุยกับเราเท่าไหร่ พอได้ทำงานเราก็แบบ โอ๊ย จะทำได้ไหมกับผู้ชายคนนี้ ... แต่เค้าก็ชอบเปิดประเด็นนะ แล้วเราก็เลยชวนคุยได้เรื่อยๆ นิสัยขี้โม้นิดๆ 55 แต่ก็ตลกดี แรกๆเจอดูเก๊ก แต่จริงๆติ๊งต๊องมากกกก ทำงานเร็ว แรกๆไม่ให้เราไปช่วยหน้าร้านเลย (เพราะปกติทำคนเดียวไงเลยชิน) หลังๆก็ให้เราออกไปทำ พอลูกค้ามาถามอะไรเกี่ยวกับเรา ก็โม้ใหญ่ เี่นี่ยมาใหม่ ทำงานดีนะ ผมชอบทำงานกับเธอมาก ขี้โม้จริง 555 แต่ก็มีวันนึง มันปวดฟัน อารมณ์บ่จอยทั้งวัน แบบเราก็ล้างจานปกติ มันเห็นคงรำคาญมาสอนเราล้างจานใหม่ บอกแบบนี้ไม่ได้นะ บลาๆๆๆ เราก็ก่อนกลับวันนั้นก็ขอโทษไปนะ เผื่อทำอะไรให้หงุดหงิดกว่าเดิม มันก็งง ... หือ? ขอโทษอะไร ไม่ได้โมโหอะไรนะ โมโหไปเรื่อยเปื่อย อารมณ์บ่จอย ปวดฟัน มันบอกชอบทำงานกับเรานะ เราก็อืมๆ จ้ะๆ คิดในใจ ใช่ซี้ กูไม่ได้อู้งานเหมือนชาวบ้านนี่คะ ;p มันเคยมาถามด้วยนะ ชอบทำงานที่นี่มั้ย เราก็บอก อืม ก็ชอบนะ มันก็บอกงั้นมาตกลงกันมั้ย เราแต่งงานกันเถอะ ออมจะได้อยู่ที่นี่ไปตลอดไม่ต้องกลับ ... เราแบบ ... 55555555 ขำ .... คิดในใจ ภรรยาเธอละคะ 55555
อ้อ... ลืมบอกไป

จูเลียสเป็นแฟนเจ๊เดวิดน่ะ 55555555


ก็มีแต่เพียงเท่านี้ เดี๋ยวคงมีตัวละครลับโผล่มาเรื่อยๆ วันหลังมาเขียนนินทาลูกค้ามั่งดีกว่า 555 ไปละ ยังไม่ได้อาบน้ำเลย (พรุ่งนี้เดย์ออฟฟฟฟฟ ลัลลล้าา ~~~)